คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ข้อมูลย้อนหลัง : คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยประจํางวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561

ผลประกอบการที่สำคัญในไตรมาส 2 ปี 2561

  • กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น - ในไตรมาส 2 ปี 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 694 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.6 โดยหลักเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของรายได้จากค่าเช่า และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น
  • สาขาใหม่ในจังหวัดชลบุรี – ในไตรมาส 2 ปี 2561 บริษัทฯ เปิดสาขาใหม่รูปแบบศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ในจังหวัดชลบุรี โดย ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขาเปิดให้บริการทั้งหมด 47 แห่งในประเทศไทย (แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 11 แห่ง และสาขาในต่างจังหวัด 36 แห่ง) และสาขาในประเทศเวียดนาม 2 แห่ง

สรุปงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 และวันที่ 30 มิถุนายน 2560

หน่วย:ล้านบาท
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
ไตรมาส2/2561
ไตรมาส2/2560
เพิ่ม (ลด)
% เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 6,192 6,021 171 2.8%
รายได้จากการลงทุน 903 815 88 10.8%
รายได้อื่น 243 241 2 0.9%
รวมรายได้ 7,338 7,077 261 3.7%
ต้นทุนขาย 4,659 4,532 127 2.8%
ค่าใช้จ่ายในการขาย 1,597 1,574 24 1.5%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 376 345 31 9.0%
ต้นทุนทางการเงิน 12 16 (4) (25.6%)
รวมค่าใช้จ่าย 6,644 6,467 177 2.7%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 157 129 28 21.7%
กำไรก่อนภาษีเงินได้ 851 739 112 15.1%
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 118 109 10 9.1%
กำไรสุทธิ 694 601 94 15.6%

ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2561

  • รายได้จากการขาย - เพิ่มขึ้น 171 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.8 จากไตรมาส 2 ปี 2560 เป็น 6,192 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2561 ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากสาขาใหม่ที่เปิดในปี 2560 และในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของลูกค้า เช่น งาน Greatest Grand Sales ที่จัดขึ้นในเดือนมิถุนายน
  • รายได้จากการลงทุน - มีจำนวน 903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.8 จากไตรมาส 2 ปี 2560 โดยมาจากการเติบโตของรายได้ค่าเช่าจากสาขาเดิมที่มีอยู่ และ 3 สาขาใหม่ที่เปิดดำเนินการในปีที่แล้ว โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเฉลี่ย (average occupancy rate) ที่ร้อยละ 99
  • รายได้รวม - มีจำนวน 7,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 261 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.7 จากไตรมาส 2 ปี 2560 เป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากการขายและรายได้จากค่าเช่า
  • อัตรากำไรขั้นต้น - เพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.9 จากไตรมาส 2 ปี 2560 โดยบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจากการขายจำนวน 1,533 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2561 โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 24.8 จากร้อยละ 24.7 ในไตรมาส 2 ปี 2560
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร - มีจำนวน 1,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.8 จากไตรมาส 2 ปี 2560 โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาจากสาขาที่เปิดใหม่ในปี 2560 และในปีนี้
  • ต้นทุนทางการเงิน - ลดลง 4 ล้านบาท หรือร้อยละ 25.6 จากไตรมาส 2 ปี 2560 เป็นจำนวน 12 ล้านบาท เป็นผลจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
  • ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม - มีจำนวน 157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.7 จาก ไตรมาส 2 ปี 2560 เนื่องจากกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด
  • ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ - มีจำนวน 118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.1 จากไตรมาส 2 ปี 2560
  • กำไรสุทธิ - มีจำนวน 694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.6 จากไตรมาส 2 ปี 2560 โดยหลักเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของรายได้จากค่าเช่า และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น

สรุปงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 มิถุนายน 2561 และ 30 มิถุนายน 2560

หน่วย:ล้านบาท
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
ม.ค. – มิ.ย. 2561
ม.ค. – มิ.ย. 2560
เพิ่ม (ลด)
% เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 12,703 12,292 412 3.4%
รายได้จากการลงทุน 1,796 1,614 182 11.3%
รายได้อื่น 479 455 25 5.4%
รวมรายได้ 14,979 14,360 618 4.3%
ต้นทุนขาย 9,509 9,218 290 3.2%
ค่าใช้จ่ายในการขาย 3,184 3,059 125 4.1%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 735 682 53 7.8%
ต้นทุนทางการเงิน 24 36 (12) (33.4%)
รวมค่าใช้จ่าย 13,452 12,995 457 3.5%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 288 277 12 4.3%
กำไรก่อนภาษีเงินได้ 1,815 1,641 174 10.6%
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 273 255 18 7.1%
กำไรสุทธิ 1,456 1,310 146 11.1%

ผลประกอบการในรอบ 6 เดือนแรก ปี 2561

สำหรับในรอบ 6 เดือนแรกปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 14,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของรายได้จากค่าเช่า โดยมีกำไรขั้นต้น 3,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 25.1 จากร้อยละ 25.0 ในครึ่งปีแรกปี 2560 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจำนวน 3,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายของสาขาใหม่ที่เปิดในปี 2560 และในปีนี้ สำหรับต้นทุนทางการเงินจำนวนรวม 24 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 33.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืม บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 1,456 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของรายได้จากค่าเช่า และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น

สรุปงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 และวันที่ 31 ธันวาคม 2560

หน่วย ล้านบาท
งบแสดงฐานะการเงิน
30 มิ.ย. 61
31 ธ.ค. 60
เพิ่ม (ลด)
% เปลี่ยนแปลง
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,068 1,805 (737) (40.8%)
ลูกหนี้การค้า 691 997 (306) (30.7%)
สินค้าคงเหลือ 1,888 2,028 (140) (6.9%)
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 527 553 (27) (4.8%)
สินทรัพย์ถาวร1 18,101 18,133 (32) (0.2%)
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 4,377 4,037 340 8.4%
รวมสินทรัพย์ 26,652 27,554 (902) (3.3%)
เจ้าหนี้การค้า 4,000 4,858 (858) (17.7%)
เงินกู้ยืมระยะสั้น และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 1,761 1,561 199 12.8%
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 3,046 3,224 (179) (5.5%)
เงินกู้ยืมระยะยาว 134 207 (72) (35.0%)
หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 182 181 1 0.4%
รวมหนี้สิน 9,122 10,032 (909) (9.1%)
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 17,530 17,522 8 0.05%
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 26,652 27,554 (902) (3.3%)

หมายเหตุ: 1สินทรัพย์ถาวรรวมถึง อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ และสิทธิการเช่า


ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 26,652 ล้านบาท ลดลง 902 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.3 จากสิ้นปี 2560 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดซึ่งเป็นผลจากการชำระเจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้อื่นๆ รวมถึงการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนหนี้สินรวมมีจำนวน 9,122 ล้านบาท ลดลง 909 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.1 จากสิ้นปี 2560 โดยเป็นผลมาจากการชำระเจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้อื่นๆ รวมทั้งชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 17,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.05

โครงสร้างเงินทุน

โครงสร้างเงินทุนของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 ประกอบด้วยหนี้สินรวมจำนวน 9,122 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 1,895 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 17,530 ล้านบาท บริษัทฯ มีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.5 เท่า ในขณะที่มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.1 เท่า