คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ข้อมูลย้อนหลัง : คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ผลการดำเนินงานประจำงวดสามเดือนและสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560

ผลประกอบการสำคัญในไตรมาส 4 ปี 2560

  • กำไรสุทธิลดลงเนื่องจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 820 ล้านบาท ลดลง ร้อยละ 18.8 เนื่องจากในไตรมาส 4 ปี 2559 บริษัทฯได้มีการบันทึกรายการพิเศษ จำนวน 316 ล้านบาท จากการกลับรายการหนี้สูญและการรับเงินค่าชดเชยอุทกภัยของบริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.6 โดยการเติบโตเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากค่าเช่า ซึ่งมีอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า (occupancy rate) ที่ร้อยละ 99 รวมทั้งจากการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดลงของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษี
  • อัตราส่วนกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น อัตราส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 25.2 จาก ร้อยละ 25.1 ในไตรมาส 4 ปี 2559 โดยส่วนใหญ่เป็นสัดส่วนของยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นจากสินค้าในกลุ่ม private label แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากการปรับเปลี่ยนกลุ่มสินค้า (product transition period)
  • สาขาใหม่ที่มหาชัยและกำแพงเพชร บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่ 2 แห่งในไตรมาสที่ 4 ปี 2560 คือ ที่มหาชัยในรูปแบบห้างสรรพสินค้า และกำแพงเพชรในรูปแบบศูนย์การค้า ปัจจุบันบริษัทฯมีสาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด 46 แห่งในประเทศไทย (แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 11 แห่ง สาขาในต่างจังหวัด 35 แห่ง) และสาขาในประเทศเวียดนาม 2 แห่ง

เปรียบเทียบผลดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 และวันที่ 31 ธันวาคม 2559

หน่วย:ล้านบาท
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
ไตรมาส4/2560
ไตรมาส4/2559
เพิ่ม (ลด)
% เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 7,303 7,353 (50) (0.7%)
รายได้จากการลงทุน 875 761 115 15.0%
รายได้อื่น 312 481 (169) (35.1%)
รวมรายได้ 8,491 8,595 (104) (1.2%)
ต้นทุนขาย 5,464 5,506 (42) (0.8%)
ค่าใช้จ่ายในการขาย 1,721 1,690 31 1.8%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 398 367 31 8.4%
ต้นทุนทางการเงิน 15 21 (6) (27.6%)
รวมค่าใช้จ่าย 7,598 7,584 14 0.2%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 133 208 (75) (36.0%)
กำไรก่อนภาษีเงินได้ 1,026 1,219 (193) (15.8%)
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 158 162 (4) (2.4%)
กำไรสุทธิ 820 1,010 (189) (18.8%)
กำไรสุทธิหักรายการพิเศษ 796 694 101 14.6%

หมายเหตุ: ในไตรมาส 4 ปี 2559 และ 2560 มีบันทึกรายการพิเศษจำนวน 316 ล้านบาท และ 25 ล้านบาทตามลำดับ

ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2560

  • รายได้จากการขาย : ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจำนวน 7,303 ล้านบาท ลดลง 50 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 0.7 เนื่องจากยอดขายเสื้อดำที่มีฐานสูงในไตรมาส 4 ปี 2559
  • รายได้จากการลงทุน : ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการลงทุนจำนวน 875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 15.0 จากไตรมาส 4 ปี 2559 โดยรายได้หลักมาจากการเติบโตของรายได้ค่าเช่าจากสาขาใหม่และสาขาที่ยังดำเนินการอยู่ รวมถึงการปรับปรุงสาขาที่ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า (occupancy rate) ที่ร้อยละ 99
  • รายได้รวม : ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 8,491 ล้านบาท ลดลง 104 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.2 จากไตรมาส 4 ปี 2559 เนื่องจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อหักรายการพิเศษออก รายได้รวมเติบโตขึ้นร้อยละ 1.4
  • อัตรากำไรขั้นต้น : ในไตรมาส 4 ปี 2560 ทางบริษัทฯมีกำไรขั้นต้นจากการขายจำนวน 1,839 ล้านบาท ลดลง 8 ล้านบาท ถึงแม้ว่ายอดขายจะลดลง แต่อัตราส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น ร้อยละ 25.2 จาก ร้อยละ 25.1 ใน ไตรมาส 4 ปี 2559 โดยเป็นผลมาจาก สัดส่วนของยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นจากสินค้าในกลุ่ม private label แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากการปรับเปลี่ยนกลุ่มสินค้า (product transition period)
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร : ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจำนวน 2,119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.0 จากไตรมาส 4 ปี 2559 โดยค่าใช้จ่ายหลักๆที่เพิ่มขึ้นมาจากสาขาที่เปิดใหม่ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายของสาขาเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ต้นทุนทางการเงิน : ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 15 ล้านบาท ลดลง 6 ล้านบาท หรือร้อยละ 27.6 จากไตรมาส 4 ปี 2560 เป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
  • ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม : ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 133 ล้านบาท ลดลง 75 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.0 จากไตรมาส 4 ปี 2559 (โดยแบ่งเป็นส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด จำนวน 53 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด จำนวน 80 ล้านบาท) เนื่องจาก ในไตรมาส 4 ปี 2559 มีการบันทึกรายการพิเศษจากการได้รับค่าชดเชยอุทกภัยของบริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด
  • ค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้ : ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯมีค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้จำนวน 158 ล้านบาท ลดลง 4 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 2.4 จากไตรมาส 4 ปี 2559
  • กำไรสุทธิ : ในไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 820 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 18.8 เนื่องจาก บริษัทฯได้มีการบันทึกรายการพิเศษ มีจำนวน 316 ล้านบาท จากการกลับรายการหนี้สูญและการรับเงินค่าชดเชยอุทกภัยของ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.6 โดย เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากค่าเช่า ซึ่งมีอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า (occupancy rate) ที่ร้อยละ 99 และการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดลงของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษี

เปรียบเทียบผลดำเนินงานสำหรับงวดสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 และวันที่ 31 ธันวาคม 2559

หน่วย:ล้านบาท
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
ปี 2560
ปี 2559
เพิ่ม (ลด)
% เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 25,989 26,078 (89) (0.3%)
รายได้จากการลงทุน 3,355 2,948 407 13.8%
รายได้อื่น 1,009 1,162 (153) (13.1%)
รวมรายได้ 30,353 30,187 166 0.5%
ต้นทุนขาย 19,530 19,574 (44) (0.2%)
ค่าใช้จ่ายในการขาย 6,398 6,248 150 2.4%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 1,429 1309 120 9.2%
ต้นทุนทางการเงิน 71 84 (13) (15.2%)
รวมค่าใช้จ่าย 27,429 27,215 214 0.8%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 507 580 (73) (12.6%)
กำไรก่อนภาษีเงินได้ 3,431 3,552 (121) (3.4%)
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 534 556 22 3.9%
กำไรสุทธิ 2,742 2,815 (74) (2.6%)
กำไรสุทธิหักรายการพิเศษ 2,717 2,499 217 8.7%

หมายเหตุ ในไตรมาส 4 ปี 2559 และ 2560 มีบันทึกรายการพิเศษจำนวน 316 ล้านบาท และ 25 ล้านบาท ตามลำดับ

ผลประกอบการในปี 2560

  • รายได้รวม : ในปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 30,353 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากปี 2559 โดยยอดขายลดลง จำนวน 89 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 0.3 จากปี 2559 โดยเป็นผลมาจากยอดขายเสื้อดำที่มีฐานสูงใน ไตรมาส 4 ปี 2559 ในขณะที่ การจับจ่ายของลูกค้าในช่วงต้นปีอยู่ในระดับทรงตัว ส่วนรายได้จากการค่าเช่ายังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากสาขาใหม่และสาขาที่ดำเนินการอยู่
  • อัตรากำไรขั้นต้น : ในปี 2560 ทางบริษัทฯมีกำไรขั้นต้นจำนวน 6,459 ล้านบาท และอัตราส่วนกำไรขั้นต้นที่ ร้อยละ 24.9
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร : ในปี 2560 บริษัทฯมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจำนวน 7,828 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 โดยค่าใช้จ่ายหลักๆที่เพิ่มขึ้นมาจากสาขาที่เปิดใหม่ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังสามารถควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายของสาขาเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ต้นทุนทางการเงิน : ในปี 2560 บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 71 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 15.2 จากปี 2559 เป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
  • ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม : ในปี 2560 บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 507 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 12.6 จากปี 2559 เนื่องจากมีการบันทึกรายการพิเศษจากการได้รับค่าชดเชยอุทกภัยของบริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด
  • ค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้ : ในปี 2560 บริษัทฯมีค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้จำนวน 534 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 3.9 จากปี 2559
  • กำไรสุทธิ : ในปี 2560 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 2,742 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 2.6 จากปี 2559 เนื่องจากในไตรมาส 4 ปี 2559 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษจากการกลับรายการหนี้สูญและรับเงินค่าชดเชยอุทกภัยของ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด โดยมีจำนวน 316 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 โดยการเติบโตเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากค่าเช่า ซึ่งมีอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า (occupancy rate) ที่ร้อยละ 99 และการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดลงของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษี

เปรียบเทียบฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 และวันที่ 31 ธันวาคม 2559

หน่วย:ล้านบาท
งบแสดงฐานะการเงิน
ปี 2560
ปี 2559
เพิ่ม ( ลด )
% เปลี่ยนแปลง
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,805 2,219 (414) (18.7%)
เงินลงทุนชั่วคราว 4 35 (31) (88.5%)
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 3,574 3,470 105 3.0%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 22,171 21,277 894 4.2%
รวมสินทรัพย์ 27,554 27,001 553 2.0%
รวมหนี้สินหมุนเวียน 8,130 7,400 730 9.9%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน 1,902 3,404 (1,502) (44.1%)
รวมหนี้สิน 10,032 10,804 (772) (7.1%)
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 17,522 16,197 1,325 8.2%
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 27,554 27,001 553 2.0%

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 27,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 553 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 2.0 จากสิ้นปี 2559 โดยมาจากการลงทุนของสาขาใหม่ และการเพิ่มขึ้นของมูลค่าในเงินลงทุนของบริษัทร่วม และมีหนี้สินรวมจำนวน 10,032 ล้านบาท ลดลง 772 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 7.1 จากสิ้นปี 2559 โดยเป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 17,522 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,325 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.2

โครงสร้างเงินทุน

โครงสร้างเงินทุนของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทฯมีมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย จำนวน 1,768 ล้านบาท โดยมีอัตราหนี้สินส่วนที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.1 เท่า