คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ข้อมูลย้อนหลัง : คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยประจํางวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561

ผลประกอบการที่สำคัญในไตรมาส 3 ปี 2561

  • กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น - ในไตรมาส 3 ปี 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 664 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 โดยหลักเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากสาขาใหม่ การเติบโตของรายได้ค่าเช่า รายได้อื่น และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
  • สาขาใหม่ในจังหวัดชลบุรี - ในไตรมาส 3 ปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 7,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 โดยหลักมาจากยอดขายของสาขาใหม่ รวมถึงการเติบโตของรายได้ค่าเช่าทั้งสาขาเดิมที่มีอยู่ และสาขาใหม่ โดย ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขาเปิดให้บริการทั้งหมด 47 แห่งในประเทศไทย (แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 11 แห่ง และสาขาในต่างจังหวัด 36 แห่ง) และสาขาในประเทศเวียดนาม 2 แห่ง

สรุปงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 และวันที่ 30 กันยายน 2560

หน่วย:ล้านบาท
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
ไตรมาส3/2561
ไตรมาส3/2560
เพิ่ม (ลด)
% เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 6,614 6,394 219 3.4%
รายได้จากการลงทุน 953 866 87 10.0%
รายได้อื่น 251 242 9 3.8%
รวมรายได้ 7,817 7,502 316 4.2%
ต้นทุนขาย 5,014 4,848 166 3.4%
ค่าใช้จ่ายในการขาย 1,716 1,619 97 6.0%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 344 350 (5) (1.5%)
ต้นทุนทางการเงิน 9 19 (11) (55.3%)
รวมค่าใช้จ่าย 7,083 6,835 247 3.6%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 100 97 3 2.6%
กำไรก่อนภาษีเงินได้ 835 764 71 9.3%
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 134 121 13 11.0%
กำไรสุทธิ 664 611 53 8.8%

ผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2561

  • รายได้จากการขาย เพิ่มขึ้น 219 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.4 จากไตรมาส 3 ปี 2560 เป็น 6,614 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2561 ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากสาขาใหม่ และการปรับเปลี่ยนกลุ่มสินค้าที่ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของลูกค้า เช่น งาน ROBINSON ช้อปมันส์ สนั่นเมือง ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ราชการ และกิจกรรมอื่นๆ อีกทั้งยังได้เปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ของแผนกเครื่องใช้ในบ้าน (Home) และแผนกเสื้อผ้า (Apparel) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
  • รายได้จากการลงทุน มีจำนวน 953 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.0 จากไตรมาส 3 ปี 2560 โดยมาจากการเติบโตของรายได้ค่าเช่าจากสาขาเดิมที่มีอยู่ และ 3 สาขาใหม่ที่เปิดดำเนินการในปีที่แล้ว และไตรมาสที่ผ่านมา โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเฉลี่ย (average occupancy rate) ที่ร้อยละ 99
  • รายได้รวม มีจำนวน 7,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 316 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.2 จากไตรมาส 3 ปี 2560 เป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากการขายและรายได้ค่าเช่า
  • อัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้น 53 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.5 จากไตรมาส 3 ปี 2560 โดยบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจากการขายจำนวน 1,600 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2561 และอัตรากำไรขั้นต้นคงที่ที่ร้อยละ 24.2
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร มีจำนวน 2,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.7 จากไตรมาส 3 ปี 2560 โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาจากสาขาที่เปิดใหม่ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของสาขาเดิมได้
  • ต้นทุนทางการเงิน ลดลง 11 ล้านบาท หรือร้อยละ 55.3 จากไตรมาส 3 ปี 2560 เป็นจำนวน 9 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2561 เป็นผลจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
  • ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจำนวน 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.6 จากไตรมาส 3 ปี 2560
  • ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ มีจำนวน 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.0 จากไตรมาส 3 ปี 2560
  • กำไรสุทธิ มีจำนวน 664 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.8 จากไตรมาส 3 ปี 2560 โดยหลักเป็นผลมาจากรายได้จากสาขาใหม่ การเติบโตของรายได้ค่าเช่า รายได้อื่น และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม

สรุปงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2561 และ 30 กันยายน 2560

หน่วย:ล้านบาท
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
ม.ค. - ก.ย. 2561
ม.ค. - ก.ย. 2560
เพิ่ม (ลด)
% เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 19,317 18,686 631 3.4%
รายได้จากการลงทุน 2,749 2,480 269 10.8%
รายได้อื่น 730 697 34 4.8%
รวมรายได้ 22,796 21,862 934 4.3%
ต้นทุนขาย 14,523 14,066 456 3.2%
ค่าใช้จ่ายในการขาย 4,900 4,678 223 4.8%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 1,079 1,031 48 4.6%
ต้นทุนทางการเงิน 33 56 (23) (41.0%)
รวมค่าใช้จ่าย 20,534 19,831 704 3.5%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 388 374 14 3.8%
กำไรก่อนภาษีเงินได้ 2,650 2,405 245 10.2%
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 408 376 32 8.4%
กำไรสุทธิ 2,120 1,921 199 10.4%

ผลประกอบการในรอบ 9 เดือนแรก ปี 2561

สำหรับในรอบ 9 เดือนแรกปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 22,796 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักเป็นผลมาจากสาขาใหม่ และยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินการปรับเปลี่ยนกลุ่มสินค้าอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของรายได้ค่าเช่า และรายได้อื่น โดยมีกำไรขั้นต้น 4,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 24.8 จากร้อยละ 24.7 ใน 9 เดือนแรก ปี 2560 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจำนวน 5,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายของสาขาใหม่ที่เปิดในปี 2560 และในปีนี้ สำหรับต้นทุนทางการเงินมีจำนวนรวม 33 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 41.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืม บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 2,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของรายได้ค่าเช่า รายได้อื่น และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม

สรุปงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 และวันที่ 31 ธันวาคม 2560

หน่วย ล้านบาท
งบแสดงฐานะการเงิน
30 ก.ย. 61
31 ธ.ค. 60
เพิ่ม (ลด)
% เปลี่ยนแปลง
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,101 1,805 (703) (39.0%)
ลูกหนี้การค้า 808 997 (189) (18.9%)
สินค้าคงเหลือ 2,040 2,028 12 0.6%
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 528 553 (26) (4.6%)
สินทรัพย์ถาวร1 17,977 18,133 (156) (0.9%)
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 4,658 4,037 621 15.4%
รวมสินทรัพย์ 27,113 27,554 (441) (1.6%)
เจ้าหนี้การค้า 4,310 4,858 (548) (11.3%)
เงินกู้ยืมระยะสั้น และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 1,363 1,561 (198) (12.7%)
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 2,907 3,224 (317) (9.8%)
เงินกู้ยืมระยะยาว 121 207 (86) (41.5%)
หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 182 181 1 0.5%
รวมหนี้สิน 8,884 10,032 (1,148) (11.4%)
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 18,229 17,522 707 4.0%
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 27,113 27,554 (441) (1.6%)

หมายเหตุ: 1สินทรัพย์ถาวรรวมถึง อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ และสิทธิการเช่า


ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 27,113 ล้านบาท ลดลง 441 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.6 จากสิ้นปี 2560 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดซึ่งเป็นผลจากการชำระเจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้อื่นๆ รวมถึงการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนหนี้สินรวมมีจำนวน 8,884 ล้านบาท ลดลง 1,148 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.4 จากสิ้นปี 2560 โดยเป็นผลมาจากการชำระเจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้อื่นๆ รวมทั้งชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 18,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 707 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.0

โครงสร้างเงินทุน

โครงสร้างเงินทุนของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 ประกอบด้วยหนี้สินรวมจำนวน 8,884 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 1,484 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 18,229 ล้านบาท บริษัทฯ มีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.5 เท่า ในขณะที่มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.1 เท่า